จังหวัดเชียงใหม่ ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ โครงการวิจัยประเทศไทยไร้หมอกควัน โครงการย่อยที่ 4 เพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ รวมถึงระบบนิเวศ

จังหวัดเชียงใหม่ ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ โครงการวิจัยประเทศไทยไร้หมอกควัน โครงการย่อยที่ 4 เพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ รวมถึงระบบนิเวศ

 

รศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ ทางศูนย์บริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการจัดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ณ ศูนย์วิจัย สาธิต และฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน โครงการย่อยที่ 4 ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : หน่วยข้อมูลหมอกควันเพื่อการวิจัยและประชาสัมพันธ์ ซึ่งศูนย์ข้อมูลฯ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างระบบฐานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองเชิงมวล ทั้งค่า PM 2.5 และ ค่า PM 10 ในอากาศ ด้วยเครื่องตรวจจับฝุ่นละอองไร้สาย โดยการวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี ความเป็นพิษของฝุ่นในอากาศ และประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพมนุษย์ ระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับการพัฒนาแบบจำลอง การพยากรณ์คุณภาพอากาศ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเหตุการณ์

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อศึกษาถึงปัญหาฝุ่นควันที่เกิดในเขตภาคเหนือตอนบนนี้ ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองเชิงมวลเรียลไทม์ เพื่อเตือนภัยวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 และ PM 10 นำร่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดน่าน 2 สถานี ได้แก่ 1.ศูนย์วิจัยเกษตรแม่เหียะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และ 2.โรงเรียนบ้านหนองห้ามิตรภาพที่ 125 อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โดยเครื่องมือ DustDetec ซึ่งเป็นการตรวจวัดแบบเรียลไทม์ และมีการเก็บตัวอย่างฝุ่นรายวัน 24 ชั่วโมง และใช้เครื่องมือหลายแบบซึ่งมีอัตราการเก็บฝุ่นที่แตกต่างกันไป โดยกระดาษกรองที่ใช้เก็บตัวอย่างฝุ่นในแต่ละวันจะถูกนำไปหาปริมาณฝุ่นรายวัน นำเสนอข้อมูลผ่านระบบรายงานผลออนไลน์จากสถานีตรวจวัดในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้รับข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศและความเป็นพิษของฝุ่นควันได้อย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และเข้าใจง่าย โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น 3 ปี

สำหรับ ระบบฐานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดังกล่าว สามารถเป็นข้อมูลเพื่อสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันในเขตพื้นที่ภาคเหนืออย่างจริงจัง ภายใต้ข้อมูลที่แท้จริง รวมถึงการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและในอนาคตทางศูนย์ฯมุ่งหวังให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ และความร่วมมือจากนักวิจัยท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายและผลการศึกษาวิจัยร่วมกัน

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธิติมา 

พันรอดผู้เรียบเรียง : ชาณิภา สังฆะรัตน์

แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่